บริการของ TGF
บริการขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) ในประเทศไทย
บริการขนส่งสินค้าทางทะเลเชื่อมท่าเรือไทยกับเส้นทางการค้าทั่วโลก ครอบคลุมทั้งแบบเหมาตู้และแบบรวมตู้
คำตอบโดยสรุป
การขนส่งสินค้าทางทะเลเข้า-ออกประเทศไทยดำเนินการผ่านท่าเรือหลัก โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพสำหรับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ โดยเลือกได้ระหว่างเหมาตู้ทั้งใบ (FCL) สำหรับผู้ส่งสินค้ารายเดียว หรือรวมตู้กับผู้ส่งสินค้ารายอื่น (LCL) โดยทั่วไปเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่อหน่วยน้ำหนัก/ปริมาตรต่ำที่สุดสำหรับสินค้าที่ไม่เร่งด่วน แต่ระยะเวลาขนส่งนับเป็นสัปดาห์ไม่ใช่วัน และมีความเสี่ยงจากความแออัดของท่าเรือ การเปลี่ยนตารางเรือ และพื้นที่ระวางที่จำกัดในช่วงพีคซีซัน TGF จองระวางกับสายเรือ ติดตามตารางเดินเรือ และประสานงานเอกสารกับรถบรรทุกภายในประเทศ เพื่อขนสินค้าจากท่าเรือไปยังปลายทาง หรือในทางกลับกันสำหรับสินค้าส่งออก
เหมาะสำหรับ
- สินค้าขนาดใหญ่หรือน้ำหนักมากที่ไม่เร่งด่วนเรื่องเวลา
- ผู้นำเข้าประจำที่มีรอบการสั่งซื้อค่อนข้างแน่นอน
- ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับต้นทุนมากกว่าความรวดเร็ว
- สินค้าปริมาณมากที่การเหมาตู้ (FCL) คุ้มค่ากว่า
คุณสมบัติของบริการ
- จอง FCL และ LCL กับสายเรือหลายราย
- ติดตามตารางเดินเรือ
- ประสานงานขั้นตอนที่ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพ
- ประสานงานลานตู้คอนเทนเนอร์และสถานีบรรจุสินค้า (CFS)
- จัดรถบรรทุกภายในประเทศเชื่อมต่อกับท่าเรือ
ขั้นตอนการทำงาน
ขั้นตอนการทำงาน
- 1
ตรวจสอบสินค้าและ Incoterm
ยืนยันรายละเอียดสินค้า ปริมาตร และ Incoterm ที่ใช้กับการขนส่งครั้งนี้
- 2
เลือกสายเรือและตารางเดินเรือ
เปรียบเทียบตารางเรือและอัตราค่าระวางให้เหมาะกับกรอบเวลาของผู้ส่งสินค้า
- 3
จองระวางและจัดเตรียมเอกสาร
ยืนยันการจองระวางพร้อมจัดเตรียมเอกสารขนส่ง
- 4
ดำเนินการที่ท่าเรือและโหลดขึ้นเรือ
ตู้คอนเทนเนอร์ผ่านขั้นตอนที่ท่าเรือและถูกโหลดขึ้นเรือ
- 5
เรือถึงปลายทาง ศุลกากร และส่งมอบ
สินค้าผ่านพิธีการศุลกากรที่ปลายทางและขนส่งด้วยรถบรรทุกไปยังจุดหมายสุดท้าย
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
Commercial Invoice
Packing List
Bill of Lading
Certificate of Origin (if applicable)
Insurance Certificate (if purchased)
ปัจจัยด้านต้นทุน
- ประเภท/ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ หรือ CBM สำหรับ LCL
- ค่าดำเนินการที่ท่าเรือทั้งต้นทางและปลายทาง
- ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากสายเรือ เช่น ค่าน้ำมันหรือค่าปรับอัตราแลกเปลี่ยน
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงพีคซีซันที่ระวางจำกัด
- ระยะทางขนส่งด้วยรถบรรทุกภายในประเทศ
ความเสี่ยงที่ควรระวัง
- ตารางเรือเปลี่ยนแปลงหรือสินค้าถูกเลื่อนไปเที่ยวถัดไปช่วงพีคซีซัน
- ความล่าช้าจากความแออัดของท่าเรือ
- เลือกขนาดตู้คอนเทนเนอร์ผิดจนเหลือพื้นที่ว่างโดยไม่คุ้มค่า
- LCL ล่าช้าเพราะต้องรอสินค้าจากผู้ส่งรายอื่นให้ครบก่อนออกเรือ
คำถามที่พบบ่อย
FCL กับ LCL ต่างกันอย่างไร?
FCL คือการเหมาตู้ทั้งใบสำหรับผู้ส่งสินค้ารายเดียว ส่วน LCL คือการรวมสินค้ากับผู้ส่งรายอื่นในตู้เดียวกันและคิดราคาตามปริมาตร (CBM) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าบริการ FCL และ LCL
TGF ใช้ท่าเรือใดในประเทศไทยบ้าง?
ท่าเรือหลักที่ใช้สำหรับสินค้าตู้คอนเทนเนอร์คือท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพ โดยจะเลือกใช้ท่าใดขึ้นอยู่กับเส้นทางและสายเรือ
ขนส่งทางเรือใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไประยะเวลาขนส่งทางเรือนับเป็นสัปดาห์ ไม่ใช่วัน และแตกต่างกันไปตามเส้นทาง ตารางเรือ และสภาพท่าเรือ TGF จะยืนยันกำหนดการโดยประมาณตอนจองตามเส้นทางจริง
ทำประกันภัยสินค้าขนส่งทางเรือได้ไหม?
สามารถจัดทำประกันภัยสินค้าแยกต่างหากได้ และควรพิจารณาสำหรับสินค้ามูลค่าสูง เนื่องจากการขนส่งทางเรือมีจุดสัมผัสสินค้าหลายขั้นตอน
อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้ขนส่งทางเรือล่าช้า?
ความแออัดของท่าเรือ การเปลี่ยนตารางเรือ และสำหรับ LCL คือการรอสินค้าจากผู้ส่งรายอื่นให้ครบก่อนรวมตู้ เป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุด
Freight Forwarder ประเทศไทย
พร้อมขอใบเสนอราคา บริการขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) ในประเทศไทย หรือยัง?
บอกรายละเอียดสินค้าของคุณ แล้วให้ทีม TGF ช่วยวางแผนขั้นตอนถัดไป